Movie Poster—Stigmata
Prayer Focus
Movie Review

Stigmata

[to English version]
MPAA Rating: R for intense violent sequences, language and some sexuality

Reviewed by: Rev. W.J. Kimble
CONTRIBUTOR

Translation by: Kitti

Extremely Offensive
Moviemaking Quality:

Primary Audience:
Adults
Genre:
Thriller
Length:
1 hr. 42 min.
Year of Release:
1999
R

Starring: Patricia Arquette, Gabriel Byrne, Jonathan Pryce, Nia Long, Rade Serbedgia | Directed by Rupert Wainwright | Produced by Frank Mancuso, Jr. | Written by Tom Lazarus, Rick Ramage | Distributed by MGM

Scene from Stigmata

ติกมาทาเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความเชื่อของคริสเตียน แม้จะไม่ได้อ้างอิงจาก พระคัมภีร์โดยตรงก็ตาม คำว่า สติกมาทา ตามความเชื่อของคริสตศาสนิกชนนิกายคาธอลิกเป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ดำเนินชีวิตเข้าใกล้พระลักษณะของพระคริสต์ จนมีประสบการณ์ทนทุกข์เช่นเดียวกับพระองค์ คือ การมีแผลบนร่างกายเกิดขึ้นที่ 5 ตำแหน่ง คือ 1. มือ 2. หลัง 3. ศีรษะ 4. เท้า 5. สีข้าง

แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ กลับมีการผสมปนเปเรื่องราวความเชื่อ กับการสิงสู่ของวิญญาณ กลายเป็นว่าหญิง สาวในเรื่องซึ่งไม่เชื่อพระเจ้า กลับมีประสบการณ์สติกมาทาโดยอธิบายว่าเกิดขึ้นจากการที่มีวิญญาณของบาท หลวงมาสิงสู่เธอ เพื่อเผยแพร่คำสอนที่สูญหายไปของพระเยซูทว่าพลังอำนาจของวิญญาณนี้และถ้อยคำที่กล่าวมา จากปากของเธอนั้นไม่ได้แสดงถึงการมีชีวิตบริสุทธ์เข้าใกล้พระเจ้าเลยกลับมีลักษณะเป็นการงานของวิญญาณ ชั่วมากกว่า

แนวคิดของเรื่องที่ทำให้เราเห็นว่าการมีชีวิตเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นจะทำให้ได้รับการทรมานจากวิญญาณชั่ว มากขึ้นเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความเชื่อในพระคัมภีร์ที่ว่า “… จงต่อสู้กับมารและมันจะหนีท่านไป”ยากอบ 4:7 เป็นไปได้หรือที่แม้ว่าพระเจ้าจะอยู่ในเรา เราก็ยังไม่มีกำลังที่จะต่อสู้กับซาตานและพวกสมุนของมัน ทั้งที่เราน่าจะ “มีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย… “ คือองค์พระเยซูคริสต์มากกว่า ที่จะอยู่ในสภาพเป็น เหยื่อของมารซาตาน

(รายละเอียดของสติกมาทาพบได้ใน http://www.newadvent.org/cathen/14294b.htm)

ความคิดเห็นเพิ่มเติม…
…แนวคิดตามยุคสมัยใหม่ว่าเราสามารถช่วยตนเองให้รอด หากเรารู้จักพลังที่มีอยู่ภายในเราและภายใน ธรรมชาติ เป็นเรื่องไร้สาระอย่างสิ้นเชิง พระคัมภีร์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราไม่มีความสามารถที่จะ ช่วยเหลือตนเองให้รอดได้ เว้นแต่โดยทางพระคุณที่พระเจ้ามีต่อเราเท่านั้น …
—Chris Himes, age 26
…บาดแผลของพระคริสต์กลายเป็นโชคของผู้ที่ได้รับและเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่ผิดจนกว่า จะได้รับการเปิดเผยโดยสิ่งอัศจรรย์… ความพยายามโจมตีคริสตจักรคาธาลิกว่า การที่คริสตจักรประนาม คำสอนที่เรียกว่า “กอสเปล ออฟ โธมัส” (Gospel of Thomas) เป็นการวางแผนกันอย่างลับๆ แท้จริงแล้ว คำสอน ดังกล่าวได้รับการศึกษาและปฏิเสธโดยผู้รู้ทางพระคัมภีร์จำนวนมากทั้งจากในและนอกคริสตจักร ความจริงที่ ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในเรื่องก็คือคำสอนดังกล่าวถูกปฏิเสธในแง่ที่ไม่ได้รวมอยู่ในหมวดหมู่ของพระคัมภีร์มิใช่ในแง่ ของคำสอนที่ต่อต้านศาสนจักรจนต้องถูกปิดบังไว้เนื้อหาของคำสอนนี้ก็ยังสามารถหาอ่านได้อีกด้วยประเด็น เหล่านี้ทำให้ผมระลึกถึงคำเตือนในพระคัมภีร์ที่ว่า เจ้าแห่งอำนาจและเจ้าผู้ครองต่างๆ จะมุ่งโจมตีคนของพระเจ้า และคริสเตียนจะมีชีวิตที่แตกแยกจากค่านิยมของโลกนี้
—Daniel Mays, age 16
…แม้ว่าผมจะไม่เชื่อในเรื่องสติกมาทา แต่ถ้าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็จะเกิดกับคริสเตียนที่ติดสนิทกับพระเจ้าไม่ใช่กับ ผู้ไม่เชื่อพระเจ้า การสิงสู่ของวิญญาณตามพระคัมภีร์ล้วนแต่เป็นมาจากวิญญาณชั่วไม่เคยเป็นวิญญาณที่มาจาก พระเจ้า ดังนั้นแม้วิญญาณนี้จะสำแดงตนว่าเป็นบาทหลวงก็เป็นวิญญาณชั่ว 'กอสเปล ออฟ โธมัส' (Gospel of Thomas)ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคำสอนของพระเจ้าที่แท้จริงมีหลายคนที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพระคริสต์ แต่มีเพียงงานเขียนซึ่งได้รับการดลใจโดยพระเจ้าเท่านั้น ที่ได้รับการยอมรับ เนื้อหาของคำสอนที่มีความหมายใน ทำนองว่าพระเจ้าอยู่ในสิ่งรอบตัวเรา เป็นความเชื่อที่ผิด ลัทธิความเชื่อต่างๆ ล้วนมีกำเนิดมาจากทรรศนะที่ผิดๆ เกี่ยวกับพระเจ้า พระเจ้าสถิตอยู่รอบๆ ตัวเรา ทุกหนทุกแห่ง แต่ไม่ใช่ในสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ซึ่งเป็นการบูชา ธรรมชาติผิดจากหลักความเชื่อคริสเตียน ผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้โดยตั้งใจที่จะค้นคว้าเพื่อสามารถตอบข้อซักถาม ของผู้อื่นได้ ผมคิดว่าฮอลลีวู้ดสร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับคริสเตียนโดยแทรกเอาความคิดจาก ลัทธิความเชื่ออื่นๆ เข้ามาปน
—Craig, age 31
…'กอสเปล ออฟ โธมัส'(Gospel of Thomas) ถูกเขียนขึ้นก่อนปี คศ. 400 เป็นบันทึกรวบรวม 'ถ้อยคำ ที่กล่าวขึ้นอย่างลับๆ' จำนวน 114 บท 'ซึ่งพระเยซูผู้ทรงพระชนม์อยู่เป็นผู้ตรัส และดิไดมัส จูดาส โธมัส (Didymus Judas Thomas)ได้บันทึกไว้' หนังสือฉบับนี้อยู่ในจำนวนหนังสือประมาณ 50 ฉบับที่ถูกค้นพบ ในอียิปต์ เมื่อปี คศ. 1945 ในบริเวณที่เชื่อกันว่า เคยเป็นห้องสมุดของพวกนอสติก (Gnostic—ลัทธิที่เชื่อว่า การแสวงหาความรู้ขั้นสูงสุด จะช่วยให้วิญญาณจิตให้รอดได้) ความเชื่อที่ผิดของคำสอนนี้ได้รับการต่อต้าน ล่วงหน้าใน 1 ยอห์น ซึ่งเน้นถึง พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ว่าเป็นถ้อยคำแห่งชีวิต ซึ่งมีมาถึงทุกคน และมีประสบการณ์ได้ ไม่ใช่เพียงเฉพาะผู้ที่เลือกสรรไว้กลุ่มหนึ่งกลุ่มเดียว ดังในเนื้อหาของหนังสือนี้ …
—Benoit Morrier, age 25
(ท่านจะพบเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือดังกล่าวได้ใน http://www.esper.com/RareBird/lostgos.htm และเนื้อหา ของหนังสือทั้งหมดใน http://www.miseri.edu/users/davies/thomas/Trans.htm) “…ผมเป็นนักศึกษาพระ คริสตธรรมและคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอแนวการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อของคริสเตียน …เมื่อคุณ เข้าใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้นซาตานก็พยายามจะทำให้คุณล้มลง …
—Kirk Lewis, age 21
…นี่เป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายเราให้ใคร่ครวญเกี่ยวกับความเชื่อ ว่าเราเชื่อแบบหลับหูหลับตาหรือเป็นตามพระ ดำรัสที่มาจากพระเจ้า ให้เรารักพระองค์ด้วยสิ้นสุดจิต สุดใจ และสุดกำลังความคิด ถ้าเรารักพระองค์ด้วยจิตใจ เราก็ควรพร้อมที่จะอธิบายเหตุผลแก่ทุกคนที่ถาม เกี่ยวกับความหวังที่เรามีอยู่ …
—Peter Sayal, age 23

to English version
www.ChristianSpotlight.com